ตัวอย่างการใช้คำสั่งเพื่อสลับสถานะของการเลือกที่ CheckBox : Android
 

Tutorial :: Android :: ตัวอย่างการใช้งาน :: ตัวอย่างการใช้คำสั่งเพื่อสลับสถานะของการเลือกที่ CheckBox

ในบทความนี้ จะแสดงให้เห็นถึงตัวอย่างการใช้คำสั่งเพื่อสลับสถานะของการเลือกที่ CheckBox โดยจะแสดงให้เห็นถึงการเขียนคำสั่งภายใน Class Activity, การเขียนคำสั่งภายในไฟล์ XML Layout, และการประกาศ Activity ไว้ภายในไฟล์ AndroidManifest.xml ดังนี้


การเขียนคำสั่งภายใน Class Activity

  • package nutt.me.activity;
  •  
  • import android.app.Activity;
  • import android.os.Bundle;
  • import android.view.View;
  • import android.widget.Button;
  • import android.widget.CheckBox;
  •  
  • public class MainActivity extends Activity
  • {
  • public void onCreate ( Bundle savedInstanceState )
  • {
  • super.onCreate ( savedInstanceState );
  •  
  • this.setContentView ( R.layout.activity_main );
  •  
  •  
  • Button toggle = ( Button ) this.findViewById ( R.id.toggle );
  •  
  • toggle.setOnClickListener ( new View.OnClickListener ( )
  • {
  • public void onClick ( View v )
  • {
  • CheckBox choice = ( CheckBox ) MainActivity.this.findViewById ( R.id.choice );
  •  
  • choice.toggle ( );
  • }
  • }
  • );
  • }
  • }

จากคำสั่งข้างต้น สามารถอธิบายได้ว่า คำสั่ง CheckBox choice = ( CheckBox ) MainActivity.this.findViewById ( R.id.choice ); ในบรรทัดที่ 24 เป็นการสร้าง Object CheckBox โดยการไปค้นหามาจาก XML Layout และคำสั่ง choice.toggle ( ); ในบรรทัดที่ 26 เป็นการใช้คำสั่งเพื่อสลับสถานะของการเลือกที่ CheckBox กล่าวคือถ้า CheckBox มีสถานะว่าถูกเลือกอยู่จะเปลี่ยนสถานะเป็นไม่ถูกเลือก ในทางกลับกันถ้า CheckBox มีสถานะว่าไม่ถูกเลือกจะเปลี่ยนสถานะเป็นถูกเลือก


การเขียนคำสั่งภายในไฟล์ XML Layout

  • <?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
  • <RelativeLayout xmlns:android="http://schemas.android.com/apk/res/android"
  • android:layout_width="fill_parent"
  • android:layout_height="fill_parent">
  •  
  • <CheckBox
  • android:id="@+id/choice"
  • android:layout_width="wrap_content"
  • android:layout_height="wrap_content"
  • android:layout_centerHorizontal="true"
  • android:layout_centerVertical="true"
  • android:text="Choice" />
  •  
  • <Button
  • android:id="@+id/toggle"
  • android:layout_below="@id/choice"
  • android:layout_marginTop="10dp"
  • android:layout_width="wrap_content"
  • android:layout_height="wrap_content"
  • android:layout_centerHorizontal="true"
  • android:layout_centerVertical="true"
  • android:text="Toggle Choice" />
  •  
  • </RelativeLayout>

จากคำสั่งข้างต้น สามารถอธิบายได้ว่า element <CheckBox> มี id คือ choice (ประกาศไว้ในบรรทัดที่ 7) และ element <Button> มี id คือ toggle (ประกาศไว้ในบรรทัดที่ 15) ซึ่ง id เหล่านี้ถูกใช้อ้างอิงใน Class Activity ข้างต้น


การประกาศ Activity ไว้ภายในไฟล์ AndroidManifest.xml

  • <?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
  • <manifest ... >
  • <application ... >
  • <activity android:name="nutt.me.activity.MainActivity" ... >
  • <intent-filter>
  • <action android:name="android.intent.action.MAIN" />
  • <category android:name="android.intent.category.LAUNCHER" />
  • </intent-filter>
  • </activity>
  • </application>
  • </manifest>

จากคำสั่งข้างต้น สามารถอธิบายได้ว่า มีการประกาศ Activity ชื่อ MainActivity ที่อยู่ใน Package nutt.me.activity ไว้ภายในไฟล์ AndroidManifest.xml ในบรรทัดที่ 4


หน้าจอแสดงผลของ ตัวอย่างการใช้คำสั่งเพื่อสลับสถานะของการเลือกที่ CheckBox จากการเขียนคำสั่งข้างต้น

หน้าจอแสดงผลของ ตัวอย่างการใช้คำสั่งเพื่อสลับสถานะของการเลือกที่ CheckBox

จากรูปแสดงหน้าจอของ MainActivity สามารถอธิบายได้ว่า ถ้ามีการคลิกที่ปุ่ม "Toggle Choice" จะทำให้เกิดการสลับสถานะของการเลือกที่ CheckBox กล่าวคือถ้า CheckBox มีสถานะว่าถูกเลือกอยู่จะเปลี่ยนสถานะเป็นไม่ถูกเลือก ในทางกลับกันถ้า CheckBox มีสถานะว่าไม่ถูกเลือกจะเปลี่ยนสถานะเป็นถูกเลือก

Download This Example

0 Comment

  • Have no comment.

Comment Tutorial

 
 
 
 
Share This Topic Login with Facebook